Posted in Findings by markpeak on 1 สิงหาคม 2009 **เปรียบเทียบข้อมูล 2008 กับ 2009
งานวิจัยจากบริษัท Anderson Analytics วิเคราะห์การใช้งาน Facebook และ social network ของกลุ่มอายุต่างๆ ในสหรัฐ
Anderson แยกกลุ่มอายุโดยใช้ชื่อเรียก ดังนี้
• Gen Z = 13-14 ปี
• Gen Y = 15-29 ปี
• Gen X = 30-44 ปี
• Baby Boomer = 45-65 ปี (เกิดในยุคเบบี้บูม)
• WWII = 65 ปีขึ้นไป (ทันสงครามโลกครั้งที่สอง)
ผลการสำรวจอันแรกคือ การใช้ Social Network 4 ยี่ห้อ (Facebook/MySpace/Twitter/LinkedIn) ของแต่ละกลุ่มอายุ พบว่า
• Gen Y/Z นิยมใช้ MySpace มากกว่า Facebook และใช้ Twitter/LinkedIn น้อยมาก
• LinkedIn สำหรับธุรกิจจริงๆ ดังนั้นนิยมในคนที่กำลังทำงานอยู่ (เด็กไปหรือแก่ไปจะไม่สนใจ)
• ยิ่งคนอายุเยอะ ยิ่งใช้ Facebook มากกว่า MySpace กลุ่มคนแก่ใช้ MySpace น้อยมาก
ผลการสำรวจที่สอง เหตุผลที่ใช้ Social Network ของแต่ละกลุ่มอายุ
• รุ่นเด็กนิยมใช้ social network เพื่อติดต่อกับเพื่อน และใช้เอามันส์เป็นหลัก
• ส่วนรุ่นใหญ่มักจะใช้ติดต่อกับคนในครอบครัวมากกว่ารุ่นเด็ก
• รุ่นใหญ่มักจะได้รับคำเชิญให้ใช้ social network จากคนอื่นๆ
• Gen Y/Z ซึ่งกำลังเรียนอยู่ ใช้ social network ติดต่อกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนด้วย
• การใช้ social network เพื่อเหตุผลด้านการงาน อาชีพ ธุรกิจ ยังไม่เยอะนัก
• เหตุผลอันดับหนึ่งที่ใช้ social network คือติดต่อกับเพื่อนๆ ตามมาด้วย เอามันส์ และติดต่อกับครอบครัว
ความคืบหน้าล่าสุด
เป็นที่ทราบกันดีว่า สังเวียน Social Networking ของโลกกำลังร้อนระอุ จากการโต้ตอบกันระหว่างสองยักษ์ คือ Google ยักษ์ใหญ่โลกออนไลน์ กับ Facebook ผู้นำหมายเลขสองของตลาด Social Networking
ผู้คร่ำหวอดและคนที่คอยสังเกตการณ์ มาตั้งแต่ช่วงแรกๆที่ Facebook ได้เปิด Platform ของตัวเองให้นักพัฒนาโปรแกรมจากทั่วโลก เข้ามาใช้ในการทำมาหากิน (เหมือนเป็นเปิดตลาด ให้พ่อค่าแม่ค้าเอาสินค้ามาขายคนเดินตลาด) ด้วยเหตุผลนี้ รวมกับการเปิดให้คนจากทั่วโลกเข้ามาลงทะเบียนใช้บริการได้ซึงจากเดิมจำกัดเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐเพียงอย่างเดียว ทำให้ช่วงนั้น ใครๆก็คิดว่า Facebook คงจะเอาชนะ Myspace ได้ในอีกไม่นาน ทั้งที่ ณ ตอนนั้น ตัวเลขผู้ใช้ของ Myspace ราวๆ 150 ล้าน และของ Facebook ราวๆ 30 ล้านได้ ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วต่างกันถึง 5 เท่า!
(ที่มา: Worawisut.in.th)
Monday, 24 August 2009
ขั้นตอนการสมัคร Facebook
บทความจะเป็นเรื่องของมือใหม่จริงๆ คือคนที่ไม่เคยมีเฟซบุ๊ค และไม่เคยเล่นพวกเว็บ social network มาก่อนเลย สำหรับคนที่เคยเล่นเว็บอื่นมาไม่ว่าจะเป็น hi5 หรือ myspace สิ่งที่จะพูดในวันนี้อาจจะเป็นเรื่องที่คุณคุ้นเคยดีอยู่แล้วก็ได้ แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่จริงๆ ละก็ ตามผมมาเลยครับ
ก่อนอื่นต้องทำความ เข้าใจกับคำว่า social network กันก่อนนะครับ จริงๆ เรื่องนี้ก็ยาวขนาดที่ว่ายกมาเขียนได้เป็นอีกหัวข้อนึงไปเลย แต่ถ้าพูดให้สั้นๆ ก็คือเป็นเว็บไซท์ที่คุณสามารถสร้างหน้าโปรไฟล์ หรือข้อมูลของคุณเอง และนำไปเชื่อมโยงกับหน้าโปรไฟล์ของคนอื่นๆ เพื่อให้คุณสามารถมีปฎิสัมพันธ์กับคนเหล่านั้นได้ ส่วนจะทำอะไรได้บ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับบริการของเว็บแต่ละห้อง เช่นเข้าไปดูรูปของเพื่อน เขียนไดอารี่ให้คนอื่นเข้ามาอ่าน ส่งข้อความส่วนตัว เขียนข้อความลงบนพื้นที่ในหน้าของเพื่อน ฟังเพลง ส่งเพลงให้กัน ท้าดวลเกมส์ ฯลฯ ซึ่งคุณสามารถส่งข้อความพูดคุยกับเพื่อนตัวต่อตัว หรือจะส่งข้อความหาเพื่อนกลุ่มใหญ่ในครั้งเดียวก็ทำได้ทั้งนั้น โดยจุดเด่นของการสื่อสารผ่านเว็บพวก social network นี้คือเราไม่จำเป็นต้องมานั่งรอเพื่อนของเราออนไลน์พร้อมกันเพื่อจะพูดคุย เหมือนอย่างโปรแกรมพวก msn
อยากลองใช้ดูแล้วใช่มั้ย เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
ก่อนอื่นคุณต้องเข้าไปที่ http://www.facebook.com ซึ่งเป็นเว็บหลักของเฟซบุ๊ค ในหน้าแรกจะมีช่องให้คุณ Sign up ตามรูปข้างล่างนี้ครับ ก็ให้คุณกรอกข้อมูลของคุณลงไป ได้แก่ชื่อ (ขอแนะนำให้ใช้ชื่อนามสกลุจริงนะครับ เพราะจะมีผลในการที่เพื่อนจะหาคุณเจอได้) อีเมล์ที่ติดต่อได้ของคุณ และตั้งพาสเวิร์ดที่จะใช้สำหรับเข้าใช้งาน สุดท้่ายก็ระบุวันเดือนปีเกิด

พอ กดส่งข้อมูลไปแล้ว จะมีช่องให้คุณพิมพ์คำตามรูปภาพ เป็นคำภาษาอังกฤษสองคำคั่นกลางด้วย space bar นะครับ เพื่อเช็คว่าคุณเป็นบุคคลจริงๆ ไม่ใช่หุ่นยนต์ ก็พิมพ์ไปตามที่เห็นครับ

หลัง จากนั้นระบบจะส่งอีเมล์ยืนยันไปที่อีเมล์ที่คุณให้ไว้ ตรงนี้คุณสามารถปิดหน้าเฟซบุ๊คไปก่อนได้ แล้วกลับไปเช็คอีเมล์ของคุณนะครับ จะพบอีเมล์ที่มีหัวข้อว่า Facebook Registration Confirmation ถ้าไม่เห็นก็ลองดูในพวก junk folder ดู ซึ่งพอเปิดเข้าไปก็จะพบกับข้อความพร้อมกับลิงค์ที่ให้คุณคลิกเพื่อเป็นการ ยืนยันตัวตนของคุณ พร้อมกับพาคุณย้อนกลับมาที่หน้า facebook โดยอัตโนมัติ

เพียง แค่นี้คุณก็จะมีหน้า facebook ของตัวเองเอาไว้ใช้งานแล้วครับ แต่ว่านี่ยังเป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น เดี๋ยวบทต่อไปเรามาดูกันว่าเราจะหาเพื่อน และปรับแต่งหน้าตาเฟซบุ๊คของเรายังไงได้บ้างนะครับ แล้วพบกันในตอนต่อไป
ก่อนอื่นต้องทำความ เข้าใจกับคำว่า social network กันก่อนนะครับ จริงๆ เรื่องนี้ก็ยาวขนาดที่ว่ายกมาเขียนได้เป็นอีกหัวข้อนึงไปเลย แต่ถ้าพูดให้สั้นๆ ก็คือเป็นเว็บไซท์ที่คุณสามารถสร้างหน้าโปรไฟล์ หรือข้อมูลของคุณเอง และนำไปเชื่อมโยงกับหน้าโปรไฟล์ของคนอื่นๆ เพื่อให้คุณสามารถมีปฎิสัมพันธ์กับคนเหล่านั้นได้ ส่วนจะทำอะไรได้บ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับบริการของเว็บแต่ละห้อง เช่นเข้าไปดูรูปของเพื่อน เขียนไดอารี่ให้คนอื่นเข้ามาอ่าน ส่งข้อความส่วนตัว เขียนข้อความลงบนพื้นที่ในหน้าของเพื่อน ฟังเพลง ส่งเพลงให้กัน ท้าดวลเกมส์ ฯลฯ ซึ่งคุณสามารถส่งข้อความพูดคุยกับเพื่อนตัวต่อตัว หรือจะส่งข้อความหาเพื่อนกลุ่มใหญ่ในครั้งเดียวก็ทำได้ทั้งนั้น โดยจุดเด่นของการสื่อสารผ่านเว็บพวก social network นี้คือเราไม่จำเป็นต้องมานั่งรอเพื่อนของเราออนไลน์พร้อมกันเพื่อจะพูดคุย เหมือนอย่างโปรแกรมพวก msn
อยากลองใช้ดูแล้วใช่มั้ย เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
ก่อนอื่นคุณต้องเข้าไปที่ http://www.facebook.com ซึ่งเป็นเว็บหลักของเฟซบุ๊ค ในหน้าแรกจะมีช่องให้คุณ Sign up ตามรูปข้างล่างนี้ครับ ก็ให้คุณกรอกข้อมูลของคุณลงไป ได้แก่ชื่อ (ขอแนะนำให้ใช้ชื่อนามสกลุจริงนะครับ เพราะจะมีผลในการที่เพื่อนจะหาคุณเจอได้) อีเมล์ที่ติดต่อได้ของคุณ และตั้งพาสเวิร์ดที่จะใช้สำหรับเข้าใช้งาน สุดท้่ายก็ระบุวันเดือนปีเกิด

พอ กดส่งข้อมูลไปแล้ว จะมีช่องให้คุณพิมพ์คำตามรูปภาพ เป็นคำภาษาอังกฤษสองคำคั่นกลางด้วย space bar นะครับ เพื่อเช็คว่าคุณเป็นบุคคลจริงๆ ไม่ใช่หุ่นยนต์ ก็พิมพ์ไปตามที่เห็นครับ

หลัง จากนั้นระบบจะส่งอีเมล์ยืนยันไปที่อีเมล์ที่คุณให้ไว้ ตรงนี้คุณสามารถปิดหน้าเฟซบุ๊คไปก่อนได้ แล้วกลับไปเช็คอีเมล์ของคุณนะครับ จะพบอีเมล์ที่มีหัวข้อว่า Facebook Registration Confirmation ถ้าไม่เห็นก็ลองดูในพวก junk folder ดู ซึ่งพอเปิดเข้าไปก็จะพบกับข้อความพร้อมกับลิงค์ที่ให้คุณคลิกเพื่อเป็นการ ยืนยันตัวตนของคุณ พร้อมกับพาคุณย้อนกลับมาที่หน้า facebook โดยอัตโนมัติ

เพียง แค่นี้คุณก็จะมีหน้า facebook ของตัวเองเอาไว้ใช้งานแล้วครับ แต่ว่านี่ยังเป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น เดี๋ยวบทต่อไปเรามาดูกันว่าเราจะหาเพื่อน และปรับแต่งหน้าตาเฟซบุ๊คของเรายังไงได้บ้างนะครับ แล้วพบกันในตอนต่อไป
แนวทางการพัฒนา และการเจริญเติบโต
Zuckerberg ซึ่งยังคงอาศัยอยู่ในบ้านเช่า และยังเดินหรือขี่จักรยานไปทำงานทุกวัน ที่สำนักงานใหญ่ของ Facebook ใน Palo Alto แคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีพนักงาน 200 คน ที่ได้รับเงินเดือนสูงลิ่วและสวัสดิการที่ดีเยี่ยม เลี่ยงการเปิดเผยเกี่ยวกับการเงินของ Facebook ปีที่แล้ว Facebook ได้รับเงินทุนจากนักลงทุน Venture Capital เพิ่มขึ้นอีก 25 ล้านดอลลาร์ จากกองทุน Greylock Partners และ Meritech Capital ในขณะที่ Accel และ Thiel ก็ยังคงเพิ่มเงินลงทุนใน Facebook แต่ Facebook ไม่ได้อยู่ได้ด้วยการพึ่งพาเงินของ Venture Capital แต่อยู่ได้ด้วยรายได้จากการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งนำมาใช้ขยายการเติบโตของบริษัท Facebook ยังมีแผนจะลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอีกหลายล้านดอลลาร์
Facebook มีรายได้ส่วนใหญ่จากการโฆษณาและผู้อุปถัมภ์ Apple เป็นผู้สนับสนุนรายแรกๆ ส่วนลูกค้ารายใหญ่คือ Microsoft ซึ่งจะลงโฆษณาบน Facebook ไปจนถึงปี 2011 นอกจากนี้ยังมี JPMorgan Chase และ Southwest และ Facebook ยังเพิ่งตกลงที่จะทำ Facebook Diaries รายการชุดที่จะฉายทั้งในเว็บ Facebook และ Ziddio.com เว็บ Video-Uploading ของ Comcast รวมทั้งขายผ่านบริการ Vidio-on-Demand ของ Comcast ด้วย
แผนใน อนาคตของ Facebook คืออะไร หลังจากปฏิเสธการเสนอซื้อจาก Yahoo ทั้งตัว Zuckerberg และนักลงทุนคนสำคัญอย่าง Thiel ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า Facebook ยังไม่รีบร้อนที่จะขายให้แก่บริษัทยักษ์ใหญ่ หรือขายหุ้นให้สาธารณชน และราคาเสนอซื้อแค่หนึ่งพันล้านนั้นต่ำเกินไป เพราะ Facebook มีค่ามากกว่าที่คนภายนอกคิด ถ้าดูจากฐานผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น และจำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ดังนั้นทางเลือกที่ดีกว่าของ Facebook ซึ่งมีจุดแข็งที่เทคโนโลยี คือการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี และทำให้บริษัทเติบโตต่อไป โดยรุกเข้าไปในภาคส่วนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากชุมชนนักศึกษาในมหาวิทยาลัย
ขณะ นี้ Facebook กำลังจะเพิ่มจำนวนวิศวกรจาก 50 คนอีกเท่าตัวภายในปีนี้ และเพิ่มจำนวนพนักงานบริการลูกค้าซึ่งมีอยู่ 50 คน เพราะจำนวนผู้ใช้รายใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างท่วมท้น 100,000 คนต่อวันในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลาดมหาวิทยาลัยในแคนาดาและอังกฤษของ Facebook เติบโตเกือบ 30% ต่อเดือน (มีข่าวว่า เจ้าชาย Harry แห่งอังกฤษและเพื่อนสาวคนสนิทก็เป็นผู้ใช้ Facebook ด้วย) และ 28% ของผู้ใช้ Facebook ทั้งหมด อยู่นอกสหรัฐฯ นอกจากนี้ อายุของผู้ใช้ Facebook เริ่มหลากหลายมากขึ้น ผู้ใช้อายุ 25-34 ปีมี 3 ล้านคน อายุ 35-44 ปีมี 380,000 คน และอายุเกิน 64 ปีมี 100,000 คน3 ปีก่อน Zuckerberg มาถึง Palo Alto ด้วยมือเปล่า และยังเป็นนักศึกษาของ Harvard แต่ขณะนี้เขาเป็นผู้บริหารเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์ที่กำลังฮอตที่สุด และเพิ่งได้รับเชิญไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมผู้นำการเมืองและเศรษฐกิจ โลกที่เมือง Davos สวิตเซอร์แลนด์ในปีนี้ รวมทั้งเพิ่งปฏิเสธข้อเสนอซื้อมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์อย่างไม่ใยดี
Facebook มีรายได้ส่วนใหญ่จากการโฆษณาและผู้อุปถัมภ์ Apple เป็นผู้สนับสนุนรายแรกๆ ส่วนลูกค้ารายใหญ่คือ Microsoft ซึ่งจะลงโฆษณาบน Facebook ไปจนถึงปี 2011 นอกจากนี้ยังมี JPMorgan Chase และ Southwest และ Facebook ยังเพิ่งตกลงที่จะทำ Facebook Diaries รายการชุดที่จะฉายทั้งในเว็บ Facebook และ Ziddio.com เว็บ Video-Uploading ของ Comcast รวมทั้งขายผ่านบริการ Vidio-on-Demand ของ Comcast ด้วย
แผนใน อนาคตของ Facebook คืออะไร หลังจากปฏิเสธการเสนอซื้อจาก Yahoo ทั้งตัว Zuckerberg และนักลงทุนคนสำคัญอย่าง Thiel ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า Facebook ยังไม่รีบร้อนที่จะขายให้แก่บริษัทยักษ์ใหญ่ หรือขายหุ้นให้สาธารณชน และราคาเสนอซื้อแค่หนึ่งพันล้านนั้นต่ำเกินไป เพราะ Facebook มีค่ามากกว่าที่คนภายนอกคิด ถ้าดูจากฐานผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น และจำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ดังนั้นทางเลือกที่ดีกว่าของ Facebook ซึ่งมีจุดแข็งที่เทคโนโลยี คือการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี และทำให้บริษัทเติบโตต่อไป โดยรุกเข้าไปในภาคส่วนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากชุมชนนักศึกษาในมหาวิทยาลัย
ขณะ นี้ Facebook กำลังจะเพิ่มจำนวนวิศวกรจาก 50 คนอีกเท่าตัวภายในปีนี้ และเพิ่มจำนวนพนักงานบริการลูกค้าซึ่งมีอยู่ 50 คน เพราะจำนวนผู้ใช้รายใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างท่วมท้น 100,000 คนต่อวันในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลาดมหาวิทยาลัยในแคนาดาและอังกฤษของ Facebook เติบโตเกือบ 30% ต่อเดือน (มีข่าวว่า เจ้าชาย Harry แห่งอังกฤษและเพื่อนสาวคนสนิทก็เป็นผู้ใช้ Facebook ด้วย) และ 28% ของผู้ใช้ Facebook ทั้งหมด อยู่นอกสหรัฐฯ นอกจากนี้ อายุของผู้ใช้ Facebook เริ่มหลากหลายมากขึ้น ผู้ใช้อายุ 25-34 ปีมี 3 ล้านคน อายุ 35-44 ปีมี 380,000 คน และอายุเกิน 64 ปีมี 100,000 คน3 ปีก่อน Zuckerberg มาถึง Palo Alto ด้วยมือเปล่า และยังเป็นนักศึกษาของ Harvard แต่ขณะนี้เขาเป็นผู้บริหารเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์ที่กำลังฮอตที่สุด และเพิ่งได้รับเชิญไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมผู้นำการเมืองและเศรษฐกิจ โลกที่เมือง Davos สวิตเซอร์แลนด์ในปีนี้ รวมทั้งเพิ่งปฏิเสธข้อเสนอซื้อมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์อย่างไม่ใยดี
ข้อผิดพลาดของ Facebook ในเรื่องการปกป้องความเป็นส่วนตัว
Zuckerberg ผิดพลาดตรงที่ลืมให้ความสำคัญกับการปกป้องความเป็นส่วนตัว มีผู้ใช้ Facebook เข้าร่วมการประท้วงครั้งนี้ถึง 700,000 คนภายในเวลาน้อยกว่า 48 ชั่วโมง มีบางคนเห็นว่านั่นคือจุดจบของ Facebook
Zuckerberg เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ใช้ผ่าน Blog ใน Facebook ชี้แจงว่า เขาคิด News Feed และ Mini-Feed ขึ้นมา เพื่อให้ข่าวสารข้อมูลแก่คนในชุมชนเดียวกันบน Facebook แต่ยอมรับว่า ไม่ได้อธิบายคุณสมบัตินี้ให้ชัดเจน และไม่ได้ให้ความสำคัญกับการปกป้องความเป็นส่วนตัว จากนั้นทีมวิศวกรของเขาทำงานหนัก 3 วันเต็ม เพื่อปรับปรุงเรื่องการปกป้องความเป็นส่วนตัว
ในที่สุดมรสุมก็ผ่าน พ้น และ Zuckerberg อ้างว่าขณะนี้ News Feed กลายเป็นสิ่งที่ผู้ใช้นิยม และสามารถผลิตข่าวภายใน 1 วันสำหรับผู้ใช้ 19 ล้านคน ได้มากกว่าสื่ออื่นใด อย่างไรก็ตาม Facebook ยังเผชิญอีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานับตั้งแต่เริ่มเปิดตัว จากการถูกนักศึกษา Harvard 4 คนฟ้องร้องว่า Zuckerberg ขโมยความคิดในการก่อตั้ง Facebook แต่ Facebook ฟ้องกลับ และคดียังไม่สิ้นสุด
Zuckerberg เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ใช้ผ่าน Blog ใน Facebook ชี้แจงว่า เขาคิด News Feed และ Mini-Feed ขึ้นมา เพื่อให้ข่าวสารข้อมูลแก่คนในชุมชนเดียวกันบน Facebook แต่ยอมรับว่า ไม่ได้อธิบายคุณสมบัตินี้ให้ชัดเจน และไม่ได้ให้ความสำคัญกับการปกป้องความเป็นส่วนตัว จากนั้นทีมวิศวกรของเขาทำงานหนัก 3 วันเต็ม เพื่อปรับปรุงเรื่องการปกป้องความเป็นส่วนตัว
ในที่สุดมรสุมก็ผ่าน พ้น และ Zuckerberg อ้างว่าขณะนี้ News Feed กลายเป็นสิ่งที่ผู้ใช้นิยม และสามารถผลิตข่าวภายใน 1 วันสำหรับผู้ใช้ 19 ล้านคน ได้มากกว่าสื่ออื่นใด อย่างไรก็ตาม Facebook ยังเผชิญอีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานับตั้งแต่เริ่มเปิดตัว จากการถูกนักศึกษา Harvard 4 คนฟ้องร้องว่า Zuckerberg ขโมยความคิดในการก่อตั้ง Facebook แต่ Facebook ฟ้องกลับ และคดียังไม่สิ้นสุด
ความเป็นสังคมออนไลน์

Facebook เป็นเครื่องมือทางสังคม ที่ทำให้คนสามารถแบ่งปันข้อมูลกับคนที่อยู่ในสังคมเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ และต่างจาก MySpace เว็บชุมชนออนไลน์อันดับหนึ่งในขณะนี้ ซึ่งหลายคนมองว่าคือคู่แข่งของ Facebook ตรงที่ใน MySpace ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อจริง แต่ Facebook เป็นชุมชนในโลกจริง ที่ใช้ชื่อ Email เดียวกัน และต้องการที่จะทำความรู้จักคนอื่นๆ ในสังคมเดียวกันในโลกจริง ข้อมูลที่นำมาแบ่งปันกันใน Facebook จะเป็นอะไรก็ได้ รูปถ่ายตอนไปเที่ยวปิดเทอม ที่อยู่ของเพื่อน หนังที่ชอบ และทุกๆ อย่าง ซึ่งตอบสนองความต้องการของนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่กระตือรือร้นอยากจะรู้จักคนอื่นๆ ในสังคมเดียวกันให้มากขึ้น
ใน เดือนกันยายนปี 2005 Facebook ขยายตัวด้วยการเปิดชุมชนออนไลน์สำหรับนักเรียนโรงเรียนมัธยม และในเดือนมิถุนายนปี 2006 เปิดชุมชนออนไลน์สำหรับคนวัยทำงาน และขณะนี้มีชุมชนออนไลน์ของคนทำงานมากกว่า 20,000 ชุมชนแล้วใน Facebook มีตั้งแต่ชุมชนของเจ้าหน้าที่ CIA ไปจนถึงพนักงานของ Macy’s, McDonald’s, Time Inc. กระทั่งกองกำลังนาวิกโยธินของสหรัฐฯ แม้กระทั่ง MySpace ซึ่งถูกมองว่าเป็นคู่แข่งของ Facebook ยังมีชุมชนพนักงานออนไลน์อยู่ที่ Facebook
ในเดือนกันยายนปี 2006 Facebook เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนผู้ใช้แบบ Open Registration หมายถึงใครก็ตามที่มีที่อยู่ Email ที่แน่นอน ก็สามารถเข้าร่วมกับ Facebook ได้ แต่ปัญหาเริ่มเกิดเมื่อ Facebook เริ่มใช้คุณสมบัติใหม่ที่เรียกว่า News Feed ซึ่งจะรายงานกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในชุมชนหนึ่งๆ หรือกลุ่มเพื่อนกลุ่มหนึ่งๆ บน Facebook แต่กลับถูกชุมชนชาว Facebook ต่อต้าน เนื่องจากผู้ใช้เกิดความรู้สึกว่า ข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาถูกแพร่กระจายไปทั่วทั้งเว็บ Facebook โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพวกเขา แม้ว่าข้อมูลเหล่านั้น พวกเขาจะเป็นคนเขียนเองก็ตาม
ความนิยมของ Facebook

การเจริญเติบโตของ Facebook ทั่วโลกได้ทำให้หลายคนน่าพิศวง. เฉพาะในเดือนมิถุนายนและเพิ่ง, Facebook มีผู้เข้าชมมากกว่า 24 ล้าน, เพิ่มจํานวนแขกได้ถึง 340 ล้าน. ตัวเลขนี้มี Facebook เพื่อสี่ตำแหน่งเพียงสามของ Google ของ Microsoft และ Yahoo.
Facebook เองประกาศล่วงหน้าที่พวกเขามีสมาชิกที่ใช้งาน 250 ล้าน. เนื่องจากเกือบทั้งหมดของเนื้อหาของ Facebook จะต้องเข้าสู่ระบบก่อนที่คุณจะเห็นหลายคนกล่าวว่าสมาชิกต้องทำงานอย่างใกล้ชิดสถิติ 340 ล้านโดย comScore.
อย่างไรก็ตามว่าข้อมูลใดก็ตาม Facebook ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วปีก่อนที่มีอัตราการเจริญเติบโตไม่ค่อยเห็นในเว็บไซต์ที่มีขนาดใหญ่คล้ายคลึง. ตาม comScore ในปีที่ผ่านมา, Facebook ได้เพิ่มผู้เข้าชม 208 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 157%.
4 เดือนนับตั้งแต่เดี๋ยวนี้ 2008 พวกเขาเกินหน้า MySpace โดยตรงคู่แข่งในฟิลด์ของเครือข่ายสังคม. จากนั้น Facebook ยังคงละเลยชุดคู่แข่งเพื่อส่งต่อ, อเมซอนรวมถึง (8 / 2008), eBay (1 / 2009), AOL (2 / 2009), Wikimedia (6 / 2009) และโรคมะเร็งในสี่ยืนที่ตำแหน่ง.

ในตำแหน่ง Facebook จะเวลาเพื่อให้ได้ "โค่น" ถัดไปตามสาม "เขาใหญ่" ซ้ายถือประมาณ 240 ล้านบาทเป็น 500 ล้านเทียบกับผู้เข้าชม Facebook. แต่เราควรทราบว่า Facebook รวมเฉพาะเดียวเว็บไซต์ในขณะที่ของ Google ของ Microsoft และ Yahoo เป็นชุดที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์. หากแต่ละเว็บไซต์, ระยะทางอาจมากแคบ.
ต่อไปนี้เป็น comScore สถิติใน 6 / 2009 (เว็บไซต์ของเจ้าของเป็นวาง):
1. ของ Google: 844 ล้าน (รวมถึงการค้นหาของ Gmail, Google Documents ไม่, YouTube ...)
2. ไมโครซอฟท์: 691 ล้าน
3. Yahoo!: 581 ล้าน
4. Facebook: 340 ล้าน
5. Wikimedia: 303 ล้าน (รวมถึง Wikipedia ที่, Wiktionary ...)
6. AOL: 280 ล้าน
7. eBay: 233 ล้าน
8. CBS: 186 ล้าน
9. อเมซอน: 183 ล้าน
10.ถาม: 174 ล้าน.
Subscribe to:
Posts (Atom)




